|
คำอธิบาย
หัวข่าว
ผู้เขียนข่าวที่ออกจะเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนอยู่หน่อย
อุตส่าห์เฟ้นคำที่มีเสียงพยัญชนะต้น
เหมือนกันสามคำมาเป็นหัวข่าวแม้จะสื่อได้ไม่ตรงกับใจความของเรื่องนัก
ดิฉันจึงเลียนแบบ
โดยหาคำที่มีเสียงพยัญชนะต้นเหมือนกัน แต่ให้ถ่ายความหมายได้ใกล้เคียงมาใช้
จึงออกมา
เป็น นับกาในกรุงโคลัมโบ ค่ะ
ย่อหน้าที่ 1
แสดงกาลด้วย
present perfect หมายถึงการพึ่งกานี่มีมานานจนถึงปัจจุบัน กาลนี้มีวลีที่คิด
ว่าใช้ได้คือ หลายปีมานี้ หรือ ในระยะหลายปีมานี้
หรือ ...มาหลายปีแล้ว ก็ได้ แต่ถ้าจะใช้
ว่า "หลายปีมาแล้วที่..." คงไม่เหมาะค่ะเพราะอาจหมายถึงอดีตก็ได้
อีกเรื่องที่น่าสนใจในย่อหน้านี้
คือลักษณะของภาษาอังกฤษที่ไม่นิยมใช้คำซ้ำ เช่น
"กรุงโคลัมโบ" ในข่าวชิ้นนี้มีใช้อยู่สามคำคือ Sri Lanka's capital
ในย่อหน้านี้
Columbo ในย่อหน้าที่ 2 และ this tropical city of 1.2
million people ในย่อหน้า
ที่ 3 ถ้าต้องการแปลแบบเก็บใจความสำคัญเท่านั้นก็อาจแปลว่ากรุงโคลัมโบทุกคำไปก็ได้
แต่ถ้าจะถ่ายทอดลักษณะหลากหลายของการใช้คำ ก็แปลตรงตามต้นฉบับก็ได้
ซึ่งการจะ
เลือกอย่างใดนั้นเป็นลีลาของผู้แปลแต่ละท่านค่ะ
ย่อหน้าที่ 2
อนุประโยคทั้งสองในประโยคนี้
กาลที่ใช้เป็น present continuous ภาษาไทยมีวลีบอกกาลนี้
ให้เลือกใช้หลายวลีเช่น ขณะนี้ ระยะนี้ ปัจจุบันนี้ ช่วงนี้ ในระหว่างนี้
หรือจะขยายกริยา
ด้วยคำว่า กำลัง หรือ กำลัง...อยู่ ก็ได้ค่ะ ถ้าข้อความต่อมามีกรอบเวลาเดียวกัน
ใช้วลีเหล่านี้
ที่เดียวก็คลุมความได้ทั้งหมด ดังในย่อหน้านี้ที่ดิฉันใช้ ขณะนี้
ค่ะ
being
poisoned ระหว่างโดนยาพิษ กับถูกยาเบื่อ ดิฉันเลือกอย่างหลังเพราะเน้นความ
หมายว่าเป็นการได้รับพิษที่มีคนจัดการไว้โดยปนมากับสิ่งที่รับประทานเข้าไป
ส่วนโดนยาพิษ
นั้นอาจไม่ได้ปนกับอาหาร หรืออาจรับเข้าโดยทางอื่นก็ได้ เช่นถูกฉีด
สูดดม เป็นต้น
ย่อหน้าที่ 3
ใช้
present continuous เช่นเดียวกับย่อหน้าที่ 2 เพราะเป็นข้อความในกรอบเวลาเดียวกัน
ดิฉันคิดว่าผู้อ่านเข้าใจได้โดยไม่ต้องใช้วลีบอกกาลซ้ำอีก
ย่อหน้าที่ 4
ประโยคต้นเป็น
present tense บอกกิจวัตรของชาวเมือง ในภาษาไทยไม่ค่อยแสดงกาลนี้
เท่าที่พอนึกออกคือเติมคำว่า ชอบ เช่น ชาวศรีลังกาชอบทิ้งเศษอาหาร...
แต่รู้สึกว่าเป็น
ภาษาพูดมากไปค่ะ ดิฉันจึงใช้คำว่า มัก แทน ส่วนประโยคหลังเป็น
present perfect passive voice แสดงความหมายว่ากามากินตั้งแต่เที่ยงจนเย็น
การแปลความหมายของ
กาลนี้ดิฉันต้องระวัง เพราะไม่อยากถ่ายทอดความหมายนี้ในลักษณะที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่า
ฝูงกาพากันมาจิกกินเกือบหมดเฉพาะตอนเย็นเท่านั้น ในฉบับร่างดิฉันพยายามเลี่ยง
passive
voice จึงได้ประโยคอย่างนี้ค่ะ พอตกเย็นกาจะพากันมาจิกกินเศษอาหารเหล่านี้กันเกือบหมด
แต่รู้สึกว่าเหมือนจะหมายถึงกามาเฉพาะตอนเย็น จึงลองเปลี่ยนเป็นประโยค
passive voice
ว่า พอตกเย็นเศษอาหารเหล่านี้ถูกกาจิกกินกันเสียเกือบหมดแล้ว
แล้วก็ต้องแปลกใจ
มากค่ะที่มันสื่อได้อย่างใจ แสดงว่าการเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่อาหารซึ่งเป็นกรรม
ทำให้ผู้อ่าน
เห็นภาพได้ชัดเจนกว่าว่ามันค่อยๆ หมดไป ก็ขอฝากประสบการณ์นี้ไว้สำหรับท่านผู้ทำงาน
แปล ลองพิจารณาด้วยนะคะ ว่าในบางกรณีการใช้รูปประโยค passive ก็ให้น้ำหนักได้ดีกว่า
ย่อหน้าที่ 5
ประโยคแรกเป็น
continuous tense ดิฉันเลือกใช้ กำลัง เป็นตัวขยายกริยา ประโยคที่
2
กรอบเวลาเป็น past tense เราอาจใช้คำว่า ได้ หรือ แล้ว
ก็ได้ แต่คิดว่าในภาษาไทย เรามัก
ละคำพวกนี้ได้ถ้าทราบชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นการเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น
ดิฉันจึงไม่ได้ใช้เลยในย่อหน้า
นี้ ส่วนประโยคสุดท้ายเป็น present perfect ใช้ว่า จากนั้นเป็นต้นมา
ย่อหน้าที่ 6-7
ในย่อหน้าที่
6 ประโยคแรกใช้ present perfect แสดงการกระทำที่เพิ่งเสร็จสดๆ ร้อนๆ
ซึ่ง
ก็เท่ากับเป็นอดีตนั่นเอง ประโยคที่ 2 เป็น past tense เช่นเดียวกับประโยคแรกของย่อหน้า
ที่ 7 ดิฉันใช้คำว่า ได้ เพียงครั้งเดียว (ไม่ใช้ก็ได้ค่ะ)
ส่วนประโยคสุดท้ายเป็น present tense
ไม่ได้ใช้คำแสดงกาลค่ะ
พบกันใหม่คราวหน้า
สวัสดีค่ะ
|